ย้อนกลับไปในช่วงนี้เมื่อ 25 ปีก่อน.. Lee Sang-hyeok หนุ่มจากเมืองหลวงของเกาหลีใต้จะเกิดในครอบครัวระดับกลางค่อนไปทางปากกัดตีนถีบ แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านการเล่นเกมโมบ้าที่โดดเด่นเหนือใครผนวกกับพรแสวงจากการฝึกซ้อมวันละไม่ต่ำกว่า 10 ชม. นำพาให้เจ้าตัวได้เซ็นสัญญากับ SK Telecom T1 (SKT) ในปี 2012
ใครจะไปเชื่อ ด้วยวัยเพียง 16 และ Sang-hyeok เริ่มสร้างชื่อในโลก LoL ในนาม “Faker” ที่ต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในนามที่เป็นที่จดจำที่สุดในฐานะ “พระเจ้าแห่ง League of Legends”
ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานภายใต้สังกัด SKT มิดเลนรายนี้นำความสำเร็จมาสู่ต้นสังกัดคือถ้วยแชมป์มากมาย ทั้งในประเทศ และรายการระดับโลก อาทิ Mid-Season Invitational 2016 และ 2017 รวมถึงแชมป์โลก 3 สมัย ในปี 2013, 2015 และ 2016 ฯลฯ ยังไม่รวมรายการสำคัญอื่นๆ ที่เจ้าตัวแบกทีมจนเข้ารอบชิงแต่ไม่ได้มีโอกาสชูถ้วย แต่นั่นก็ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับความสำเร็จที่ยาวเหยียด และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้นักแข่งเกมรายนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซุปเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของวงการอีสปอร์ต” แบบไร้ข้อคัดค้าน
ความเปลี่ยนแปลง คือ สิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยน และเวลาที่นานถึง 9 ปี นั้นสามารถเปลี่ยนอะไรได้มากมายเกินจินตนาการ SKT เปลี่ยนผลัดใบผู้เล่นใหม่มากมาย มีการขายหุ้นและเปลี่ยนชื่อเป็น T1 แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ คือ Faker ยังลงสนามไล่ต้อนคู่แข่งในเกมระดับสูงมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ด้วยภาพลักษณ์อันสูงส่ง T1 ได้ตอบแทนความภักดีของ Faker โดยการมอบความเป็นหุ้นส่วน พร้อมการันตีว่า ในอนาคตเขาจะได้เป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของทีม พร้อมภารกิจด้านความบันเทิงมากมายที่ประเดประดังเข้ามา
“ผมคิดอยู่เสมอว่า ผมเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตอนที่เล่นเกม เทียบกับคนอื่นผมไม่ค่อยมีจุดอ่อนเท่าไร ยังไงเราไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในซีซั่นถัดไปจะเป็นยังไง”
“แต่ผมคิดว่า ผมเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดได้อีกครั้ง”
“ขอบคุณทุกคนที่ยังจดจำผมในฐานนะนักแข่งอีสปอร์ต”
แม้เงื่อนไขด้านเวลาของ พระเจ้า จะลดน้อยลงไปทีละนิด แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยัน อาชีพหนึ่งเดียวที่เขาใฝ่ฝันไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ยังคงเป็น การลงแข่ง League of Legends เช่นเดิม

