ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อที่ผ่านมา Riot Games ผู้พัฒนา League of Legends (LoL) ได้ให้เหตุผลในการปฏิเสธการนำระบบ “เปิดไมโครโฟน” ระหว่างเล่นเกมว่า ไม่อยากให้เกิด Toxic ระหว่างเล่น เพราะกลัวผู้เล่นด่ากันยับ (ขนาดด่าไม่ได้ มีแค่ให้พิมพ์ยังหนักขนาดนี้ พูดกันได้จะขนาดไหน) ฉะนั้น ใครจะเปิดไมค์ต้องสร้างปาร์ตี้เฉพาะขึ้นมาก่อนกดจับคู่
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่น LoL รายหนึ่งได้เผยผลวิจัยที่อาจกระตุกจิตกระชากใจชี้แจงแถลงไขให้ Riot เห็นว่า บางทีการมีไมค์ให้คนแปลกหน้าได้ใช้สื่อสารกันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็เป็นได้
ฉันเล่น Ranking มา 3 tier เจอผู้เล่นแปลกหน้า 101 คน ใน 67 เกม เลยลองชวนผู้เล่นแต่ละคนมากด Duo (เล่นคู่) แบบเปิดไมค์คุยกันดูเพื่อเก็บข้อมูลเล่น ใครที่กดจับคู่ด้วยกันเราพยามจะไม่กดจับคู่อีก ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่า..
1. 99 คน: เป็นผู้เล่นที่เปิดไมค์คุยแล้วเล่นกันโอเคเลย
2. 2 คน: Toxic ไม่ก็น่ารำคาญ แต่ก็เล่นกันจนจบเกมได้โดยไม่ Mute หรือ โดนแบน
3. 0 คน: ทะเลาะกันหนักจนต้องปิดไมค์
ไม่แน่ว่า พอไม่มีระบบสื่อสาร มันอาจทำให้ผู้เล่นพิมพ์ด่ากันจนหัวร้อน พอด่ากันแล้วเล่นไม่ทัน เล่นผิดพลาด (เพราะมัวแต่พิมพ์) พอที่ร้อนอยู่แล้วมันเลยร้อนกว่าเดิมไปอีก ก็เป็นได้
ส่วนอีกอย่าง บางคำพูดพอไม่มีน้ำเสียงมันก็สื่อสารไม่เข้าใจ บางคนให้พิมพ์แล้วอ่านเอามันดูรุนแรง พอสื่อสารด้วยคำพูดมันอาจดูซอฟท์ลงบ้างก็มีเหมือนกันนะ.. จะว่าไปน่ะ

